ไม่ส่งกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เจอโทษอะไรบ้าง? สรุปให้นายจ้างก่อนส่งงวดแรก
กองทุนเริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ส่งไม่ครบเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน ไม่ยื่นแบบรายการมีโทษจำคุกหรือปรับ
กองทุนเริ่มเก็บจริงแล้ว แล้วถ้าไม่ส่งจะเป็นอะไรไหม?
กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หลายบริษัทเพิ่งรู้ว่าตัวเองเข้าข่าย และคำถามที่ตามมาทันทีคือ “ถ้าไม่ส่ง หรือส่งไม่ครบ จะเป็นอะไรไหม” คำตอบคือ มีบทลงโทษจริง กองทุนนี้ต้องหักและนำส่งทุกงวด ไม่ได้ทำครั้งเดียวจบ ถ้ายังไม่มีวิธีทำงานที่แน่นอน การลืมหรือคำนวณผิดสักงวดก็เริ่มสะสมเป็นเงินเพิ่มได้ บทความนี้สรุปว่าใครต้องเข้ากองทุน ต้องทำอะไรทุกงวด และบทลงโทษที่นายจ้างควรรู้ก่อนถึงกำหนดส่ง
ใครต้องเข้ากองทุน และต้องทำอะไรทุกงวด
1. ใครอยู่ในข่ายบังคับ
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างบังคับกับกิจการที่ มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือการสงเคราะห์ตามกฎหมายอื่น ถ้าบริษัทของคุณมีลูกจ้างถึง 10 คนและยังไม่มี PVD ควรถือว่าเข้าข่ายไว้ก่อน แล้วตรวจรายละเอียดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
อ่านเพิ่มเติม: กฏหมายแรงงาน น่ารู้ 2568
2. ทุกงวดต้องหักและนำส่งอะไรบ้าง
นายจ้างต้องหักเงินสะสมจากลูกจ้าง และจ่ายเงินสมทบในส่วนของนายจ้างเอง ในช่วง 5 ปีแรกคิดฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง หลังจากนั้นปรับขึ้นเป็น 0.50%
ตัวอย่างอย่างง่าย ถ้าลูกจ้างได้ค่าจ้าง 20,000 บาท จะถูกหักเงินสะสม 50 บาท และนายจ้างสมทบอีก 50 บาท
ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อ่านเพิ่มเติม: เงินอะไรบ้างที่ถือว่าเป็นค่าจ้าง? คู่มือสำคัญสำหรับ HR
บทลงโทษที่นายจ้างต้องรู้
1. ไม่นำส่งหรือส่งไม่ครบ: เสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน
ถ้านำส่งไม่ครบหรือไม่นำส่ง นายจ้างต้องเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน ของเงินที่ค้างจ่าย
ตัวอย่างอย่างง่าย ถ้าค้างนำส่ง 10,000 บาท หนึ่งเดือนจะมีเงินเพิ่ม 500 บาท และเงินเพิ่มนี้นับต่อไปทุกเดือนจนกว่าจะชำระครบ
จุดที่พลาดบ่อยคือส่งน้อยกว่าที่ควรเพราะคำนวณผิด ซึ่งนับเป็นส่งไม่ครบเช่นกัน
2. ไม่ยื่นแบบรายการ: จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
นอกจากการนำส่งเงิน นายจ้างต้องยื่นแบบรายการตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าไม่ยื่น มีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท ข้อนี้มักถูกมองข้ามเพราะบริษัทโฟกัสที่ตัวเงิน แต่การไม่ยื่นแบบเป็นความผิดแยกต่างหากจากการส่งเงินไม่ครบ
3. ความเสี่ยงจริงคือลืมและคำนวณผิด
ปัญหามักเกิดจากไม่มีขั้นตอนประจำงวด เช่น ไม่รู้ว่าต้องหักรายการนี้ตั้งแต่เดือนไหน คำนวณจากฐานค่าจ้างผิด หรือกว่าจะนึกได้ก็เลยกำหนดส่งไปแล้ว ยิ่งไม่มีรายงานที่ตรวจย้อนหลังได้ ก็ยิ่งอธิบายยากว่าตัวเลขแต่ละงวดมาจากไหน
ถ้านำส่งไม่ครบเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน และถ้าไม่ยื่นแบบรายการมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ก่อนปิดงวดเงินเดือนทุกเดือน อ่านเช็กลิสต์ตรวจรายการให้ครบได้ที่ ก่อนกดปิด Payroll…เช็กให้ชัวร์ ครบ 7 จุดหรือยัง?
คำถามที่พบบ่อย
กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือการสงเคราะห์ตามกฎหมายอื่น ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งเริ่มจัดเก็บจริงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถ้ามีลูกจ้างถึง 10 คนและยังไม่มี PVD ควรถือว่าเข้าข่ายไว้ก่อน แล้วตรวจรายละเอียดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ในช่วง 5 ปีแรก นายจ้างหักเงินสะสมจากลูกจ้างและจ่ายเงินสมทบฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง หลังจากนั้นปรับขึ้นเป็น 0.50% เช่น ค่าจ้าง 20,000 บาท ลูกจ้างถูกหัก 50 บาท และนายจ้างสมทบอีก 50 บาท ตามข้อมูลที่เผยแพร่ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
นายจ้างต้องเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของเงินที่ค้างจ่าย เช่น ค้างนำส่ง 10,000 บาท หนึ่งเดือนจะมีเงินเพิ่ม 500 บาท และนับต่อไปทุกเดือนจนกว่าจะชำระครบ การส่งน้อยกว่าที่ควรเพราะคำนวณผิดก็นับเป็นส่งไม่ครบเช่นกัน
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท และเป็นความผิดแยกต่างหากจากการส่งเงินไม่ครบ แม้นำส่งเงินแล้วก็ยังต้องยื่นแบบรายการตามที่กฎหมายกำหนด
บทความนี้เป็นแนวทางทั่วไป อ้างอิงข้อมูล ณ ตุลาคม 2569 อัตราและบทลงโทษอาจเปลี่ยนแปลงได้ และเงื่อนไขของแต่ละบริษัทอาจต่างกัน ควรตรวจสอบประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้
Bplus เข้าไปแก้ปัญหาตรงไหน
งานที่ทำให้พลาดไม่ใช่การรู้บทลงโทษ แต่คือการทำให้ทุกงวดถูกต้องและทันเวลา ข้อมูลค่าจ้างอยู่ในไฟล์หนึ่ง รายการหักอยู่ในอีกไฟล์ และรายงานต้องจัดทำเองทุกครั้ง พอมีรายการหักใหม่เข้ามา ก็ต้องไล่แก้ทุกไฟล์ และไม่มีใครมั่นใจว่าตัวเลขครบ
เมื่อ HR กำหนดรายการหักและเงื่อนไขของบริษัทแล้ว Bplus e-HRM คำนวณเงินเดือน ภาษี ประกันสังคม พร้อมหักรายการและออกรายงานในระบบเดียว ระบบอัปเดตตามกฎหมายล่าสุด ทำให้งานแต่ละงวดถูกต้องและตรวจสอบย้อนหลังได้ HR ไม่ต้องรวมตัวเลขจากหลายไฟล์ และมีรายงานไว้อธิบายที่มาของยอดแต่ละรายการเมื่อต้องตรวจสอบ